Posts Tagged ‘สายอากาศ’

สายอากาศไดโพล 2 สแต็กทำเองง่ายๆ

สำหรับมือใหม่ที่งบประมาณน้อย แต่อยากคุยโดยไม่ใช้เสายางหรือเสาสไลด์ สายอากาศไดโพล 2 สแต็กตัวนี้ก็น่าจะเหมาะกับท่านนะครับ ลองทำสายอากาศใช้เองสักต้นคงจะดีไม่น้อย

สูตรในการคำนวณเผื่อจะทำสำหรับย่านอื่นนะครับ ที่ผมคำนวณไว้นี้ที่ความถี่ 145.000 MHz ครับ

1 แลมด้า (ความยาวคลื่น) = 299.8 / ความถี่ที่ใช้งาน

ส่วนการคำนวณสายเฟส   5/4 แลมด้า คูณ ค่า VR

*ค่า VR ของสายนำสัญญาณ ตระกูล RG = 0.66  หรือสายตระกูล DFB = 0.78

คำนวณแล้วไปแทนค่าต่างๆ ดังนี้

A = 1/2 แลมด้า*0.911 (VRของอลูมิเนียม)
B = 0.087 แลมด้า
C = 5/4 แลมด้า คูณ ค่า VRของสายนำสัญญาณ
D = 0.91 แลมด้า

ดูรูปด้านในครับ
Read the rest of this entry »

Super J-pole EDZ match

สายอากาศ Super J-pole ทั่วๆไป นำมาต่อกัน 4 ชั้น (collinear) ตามสูตรของพี่ applied (HS4RAY) เห็นว่าได้เกนขยาย ประมาณ 8.5-9 dBi

วัสดุที่ใช้คือ ลวดอาบน้ำทองแดง เบอร์ 6 awg หรือสายไฟฟ้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4มม

ขั้นตอนการแมทซ์
matchnw8-hs3lzx
นำสายอากาศตัวนี้ไส่ไปในท่อหรืออุปกรณ์ค้ำชู เพื่อออกอากาศ อุปกรณ์ค้ำชูต้องเป็นวัสดุไม่นำไฟฟ้านะครับ เช่น ท่อ pvc

ถ้าต้องการทำสำหรับย่านความถี่อื่นก็คำนวณหาความยาวตามสูตรด้านล่างนี้ได้ มีให้เลือกสองแบบ แบบ 5/8 แลมด้า และ แบบ 1/2 แลมด้า

นำมาคำนวนหาความยาวคลื่น
L=300/ความถี่? ?ค่าที่ได้มีหน่วยเป็นเมตร แล้วนำมาคูณด้วยตัวคูณความเร็ว เช่น อลูมิเนียม 4 หุน มีค่า 0.91
ในที่นี้ใช้ทองแดงเส้นผ่าศูนย์กลาง 4มิล ตัวคูณมีค่า 0.955

แบบ 5/8 แลมด้า
A=5/8 x L
B=3/8 x L
C=1/4 x L

แบบ 1/2 แลมด้า
A=1/2 x L
B=1/2 x L
C=1/4 x L

Read the rest of this entry »

สายอากาศรอบตัว “Super ชิงหลิว”

สายอากาศรอบตัว “Super ชิงหลิว”
เทียบกับ F23 แล้วประสิทธิภาพเทียบเท่า หรือดีกว่า เสาอากาศ F23

antenna-hs3lzx-1

อุปกรณ์สำหรับทำ SUPER ชิงหลิว

1.ลวดเชื่อมทองเหลือง 6 เส้น
2.ลวดอลูมิเนียมขนาด 5 มม.ใช้ประมาณ 2 ม.
3.ท่ออลูมิเนียมขนาด 1 นิ้ว ยาวประมาณ 1 ม
4.เข็มขัดสแตนเลสขนาด 1.2 นิ้ว 3 อัน
5.เข็มขัดสแตนเลสขนาด1 นิ้ว 1 อัน
6.เต๋าต่อสายขนาดเท่ากับขวดทองเหลืองที่ใช้ 1 แถว
7.ลวดทองแดงอาบน้ำยาเบอร์ 21 ประมาณ 4 ม.
8.แผ่นทองเหลืองขนาด 1คูณ5 ซม.หนาประมาณ1 มม. 1 อัน
9.สาย RG 58 ยาวประมาณ 1.45 ม. 1 เส้น
10.ขั้ว PL259 1 อัน
12.ข้อต่อตรง PVC ขนาด 2 นิ้ว 1 อัน
13.สาย RG8 ประมาณ 20 ซม.
14.คันเบ็ดชิงหลิวขนาด 6 ม. (ใช้ชนิดที่เป็นfiber เท่านั้น)

antenna-hs3lzx-2

ทำสายอากาศ Slimjim จาก Twinlead

สำหรับนักวิทยุสมัครเล่นใหม่พอเข้าสู่วงการแรกๆก็จะมีแต่ เสายาง เสาสไลด์ การติดต่ิอก็ไปไกลไม่ค่อยได้ จะตั้งสถานีโดยใช้สายอากาศแรงๆดีๆก็ต้องใช้งบประมาณเยอะ เพราะฉนั้นการทำสายอากาศใช้เองก็น่าจะใช้ได้ทั้งเรื่องเพิ่มระยะทางในการติดต่อ และประหยัดเงินในกระเป๋าไปในตัว

วันนี้เรามาลองทำสายอากาศใช้เองง่าย โดยใช้วัสดุเหลือใช้คือ สาย 300โอห์ม หรือ Twinlead twinlead-line-antenna-hs3lzx

สายอากาศที่เราจะทำวันนี้ คือ? Super Slimjim Twinlead สำหรับวิทยุสื่อสารย่านความถี่ 144-146 MHz

solani

อุปกรณ์ประกอบด้วย

  • สาย 300 โอห์ม (Twinlead) ยาว 151 ซม.
  • มีดคัตตเตอร์ หรือคีมตัด
  • หัวแร้งพร้อมตะกั่ว
  • สายนำสัญญาณพร้อมขั้วต่อ

วิธีทำ

1. เตรียมสาย 300 โอห์ม (Twinlead) ความยาว 151 ซม.

twinlead-line-antenna-hs3lzx-1

2.ปลอกสายหัวท้าย ด้านละ 1 ซม. วัดจากด้านท้ายหรือหัวด้านใดด้านหนึ่งเข้าไป 11 ซม. ปลอกตรงจุดนั้น 1 ซม?? ความยาวที่เหลือไม่รวมหัวท้าย จะเป็น 149 ซม

twinlead-line-antenna-hs3lzx-2

3.บัดกรีปลายของสายที่ได้จากการปลอกหัวและท้าย เข้าด้วยกันดังรูป วัดจากด้านซ้ายมือเข้ามา 48 ซม. ปลอกจากจุดนั้นขึนไป 1 นิ้ว?? แล้วบัดกรี สายนำสัญญาณด้านอินเนอร์เข้าที่ I และัสายกราวน์เข้าจุด G ต่อขั้น PL259 หรือ BNC พร้อมทดสอบใช้งาน

twinlead-line-antenna-hs3lzx-3

ในการติดตั้งก็อาจจะเชือกร้อยด้านบนห้อยไว้กับอะไรสักอย่างก็ได้หรือจะแบบกับไม้แล้วชูยอดขึ้นตั้งให้พ้นหลังคานะครับคืออย่าให้มีอะไรบดบัง โล่งๆยิ่งดี แล้วลองทดสอบดูครับ

เอาล่ะอย่างน้อยก็คงดีกว่าใช้เสายางล่ะน่า

เรื่องจริงเกี่ยวกับสายอากาศ

สายอากาศแบบ Quarter Wave มีอัตราขยาย 0 dBd เป็นสายอากาศแบบที่ต้องมี Ground plain จุดที่ติดตั้งควรจะเป็นบริเวณกลางหลังคา (โลหะ) รถ บางท่านทำใจไม่ได้ที่ต้องเจาะรูกลางหลังคา ขอแนะนำให้เลือกใช้ฐานแม่เหล็กแทน หากติดตั้งไว้ข้างรางน้ำรถ ก็รับส่งได้แต่สู้กลางหลังคาไม่ได้ มีมุมสะท้อนประมาณ 45 องศา

สายอากาศแบบ 5/8 แลมด้าชั้นเดียว บางท่านอาจไม่รู้จัก ที่ขายอยู่ในตลาดก็มียี่ห้อ Kulod Larsen กับ MFJ สำหรับของญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ยิน มีอัตราขยายสูงสุด 3 dBd สายอากาศประเภทนี้ก็ต้องใช้ Ground plain เช่นกัน จุดที่ดีที่สุดก็เหมือนกับแบบ Quarter Wave แต่การแพร่กระจายคลื่นทำมุมสะท้อนประมาณ 33 องศา

สายอากาศแบบ 5/8 แลมด้า 2 ชั้น หรือที่เรารู้จักกันในนาม C- Load ปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่ออกแบบเป็นแบบไม่จำเป็นต้องมีระบบ Ground plain มีอัตราขยายประมาณ 5-5.5 dB? จึงเลือกติดตั้งกับรถยนตร์ได้หลายตำแหน่ง แต่ทั้งนี้ อาศัยหลังคารถช่วยก็จะทำให้ดีกว่า การแพร่กระจายคลื่นเป็นแบบเกือบ ๆ แนวระนาบ

สายอากาศทั้ง 3 รูปแบบนี้ ท่านคงจะสามารถตัดสินใจได้แล้วว่า สายอากาศรูปแบบไหน เหมาะสำหรับใช้ในการติดต่อกับใครนะครับ และทำไมสายอากาศแบบ Quarter Wave จึงใช้งานในเมืองได้ดีกว่า

สายอากาศแบบรอบตัวกับกึ่งรอบตัว
ผมฟังบนความถี่แล้วไม่เข้าใจ ว่าอะไรคือสายอากาศแบบรอบตัวกับแบบกึ่งรอบตัว ในความคิดของเพื่อนนักวิทยุสมัครเล่นรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าสายอากาศแบบรอบตัวคือสายอากาศแบบวงกลมชนิดเอาวงเวียนมา วาด สายอากาศประเภทนี้จะได้แก่พวก 5/8 แลมด้า 1,2,3, หรือ 4 ชั้น วีทู Ringo Ranger 2 F23 เป็นต้น

สายอากาศรอบตัว
สายอากาศแบบกึ่งรอบตัวจะเป็นพวก Dipole กับ Folded Dipole
ความ จริงแล้ว สายอากาศแบบรอบตัวชนิดเอาวงเวียนมาวาด มีอยู่เหมือนกัน แต่สร้างไม่ได้ เขาเรียกว่า สายอากาศแบบ Isotopic มีอัตราขยายเท่ากับ 2.15 dBi นอกนั้นก็ไม่กลมอย่างที่คิด จะต้องมีด้านใดด้านหนึ่งแรงกว่า สายอากาศจะไม่อยู่กึ่งกลางของวงกลมหรอกครับ? ดูเส้นรอบวงสีแดงจากรูปข้างล่างนี้ จากจุดกึ่งกลางไปข้างหน้ามากกว่าไปข้างหลัง รูปแบบการแพร่กระจายคลื่นแบบนี้หรือเปล่า จึงเรียกสายอากาศ Dipole กับ Folded Dipole ว่า สายอากาศแบบกึ่งรอบตัว

สายอากาศแบบ Folded Dipole

dBi, dBd, dB?
คำ ถามแรกก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสายอากาศ มักจะถามว่ามีอัตราขยาย (Gain) เท่าไหร่? ก็ดูที่ข้างซอง แบบไหนตัวเลขสูงกว่าก็เลือกซื้อแบบนั้น เพื่อให้ซื้อง่ายขายคล่อง ส่วนใหญ่เขียนตัวเลขสูง ๆ และถูกต้องตามหลักการด้วย
อัตราขยายมีหน่วยเป็น dB แล้วที่พิมพ์ไว้เป็นทั้ง dBd, dBi และ dB เฉย ๆ ต่างกันอย่างไรล่ะ
dBd? หมายถึงหน่วยของอัตราขยายของสายอากาศเมื่อเปรียบเทียบกับสายอากาศแบบ Dipole ตัว d หมายถึงสายอากาศแบบ Dipole นั่นเอง สายอากาศแบบ Dipole มีอัตราขยายเท่ากับ 0 dB
dBi หมายถึงหน่วยของอัตราขยายของสายอากาศเมื่อเปรียบเทียบกับสายอากาศแบบ Isotopic ตัว I ก็หมายถึงสายอากาศแบบ Isotopic? สายอากาศแบบ Isotopic เมื่อเปรียบเทียบกับสายอากาศแบบ Dipole มีอัตราขยายเท่ากับ 2.15 dBi
เพราะ ฉะนั้น อัตราขยาย 0 dBd จึงเท่ากับ 2.15 dBi สายอากาศที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นนิยมเขียนเป็นหน่วย dBi จึงดูเหมือนว่ามีอัตรายายสูง
dB เฉย ๆ? ระยะแรกสินค้าจากญี่ปุ่นจะเขียนเป็นหน่วย? dBi ซึ่งจะมีตัวเลขสูงกว่าหน่วย dBd ซึ่งนิยมใช้ในแถบยุโรปและอเมริกา เนื่องจากดูพฤติกรรมของผู้ซื้อ จึงเขียนหน่วยใหม่เป็น dB เฉย ๆ อันนี้จะเขียนเท่าไหร่ก็ได้ ตัวเลขจึงสูงกว่าปกติมาก และไม่ถูกฟ้องร้องว่าหลอกลวงผู้บริโภคด้วย เพราะเขาจะไม่เปรียบเทียบกับสายอากาศทั้งแบบ Dipole และ Isotopic เขาเปรียบเทียบกับสายอากาศที่เขาคิดขึ้นเองก็ได้
อัตราขยายเพิ่มขึ้น 3 dB ทำไมน้อยจัง
มี ผู้ถามว่า สายอากาศยากิแบบ 13 อี จำนวน 2 แผง มีอัตราขยาย 18.8 dBd ถ้านำมา Stack กันเป็น 4 แผง มีอัตราขยายเป็น 21.8 dBd ทำไมเพิ่มเพียง 3 dBd เท่านั้น ไม่ใช่ 37.6 dBd หรือ
3 dB หมายถึงเพิ่มขึ้น? 1 เท่าตัว ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เขาตั้งให้มันปวดหัวเล่นทำไม ถ้าสายอากาศท่านมีอัตราขยาย 3 dBd หมายความว่า เมื่อท่านส่งออกอากาศด้วยกำลังส่ง 1 วัตต์ สายอากาศจะเพิ่มกำลังส่งอีก 1 เท่า กลายเป็น 2 วัตต์? ?(ยังไม่หักลบอัตราสูญเสียในสายนำสัญญาณ)? ท่านลองคิดดูว่าที่ 18.8 dBd เพิ่มขึ้นอีก 3? dBd ถ้าออกอากาศที่ต้นทาง 1 วัตต์ ปลายทางจะเป็นกำลังส่งเท่าไหร่? ถ้าไม่ใช้สายอากาศแบบยากิ จะต้องใช้สายอากาศแบบ Folded Dipole ทั้งหมดกี่ห่วง ดูตารางเปรียบเทียบนะครับ

อัตราขยายเพิ่มขึ้น ..dB???กำลังที่ปลายทาง / วัตต์???จำนวนห่วงของ Folded Dipole
3???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? 2???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?1
6???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? 4???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?2
9???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? 8???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?4
12???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? 16???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?8
15???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? 32???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?16
18???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? 64???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?32
21???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? 128???? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?64

เพราะฉะนั้น การเพิ่มเพียง 3 dB มันไม่น้อยเลยจริงไหมครับ ท่านที่เคยคิดว่าเพิ่มขึ้นแค่ 3 dB คงเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น

ทำไมอยู่ในเมืองเขาบอกว่าสายอากาศแบบ Quarter Wave กลางหลังคารถจึงรับส่งได้ดีกว่าแบบอื่น
การ เลือกซื้อสายอากาศแต่ละครั้ง อย่ารู้จักแต่เพียงชื่อทางการค้าเท่านั้น ควรรู้ถึงรูปแบบของสายอากาศชนิดนั้น ๆ ด้วย เพื่อที่เราจะได้เลือกติดตั้งและใช้งานได้เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสาร เรามาดูว่ารูปแบบของสายอากาศแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร

Thank: www.songjiangmall.com

Page 1 of 11